freeman12345

Just another WordPress.com site

ประเพณีแห่นางแมว

on February 29, 2012

ประวัติความเป็นมา

นานมาแล้วก่อนประวัติศาสตร์  มนุษย์เราต่างก็ตั้งบ้านแปลงเรือน  อยู่กันเป็นกลุ่มๆ ตามเผ่าพันธุ์ของแต่ละเชื้อชาติ  แล้วแต่หัวหน้าเผ่าใดจะมีความสามารถหรือฉลาดเฉลียวที่จะรวบรวมผู้คนมาเป็สมัครพรรคพวกได้มากๆแต่ละกลุ่มก็จะตั้งกฏระเบียบแบบแผนมาเป็นข้อบังคับให้ลูกบ้านใช้ยึดถือปฏิบัติเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุขถ้าผู้ใดละเมิดกฎที่ตั้งไว้ผู้นั้นจะต้องได้รับโทษตามที่แจ้งไว้ในกฎของเผ่าพันธุ์นั้นๆเมื่ออยู่ร่วมกันเนิ่นนานจากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปีจึงทำให้ออกลูกออกหลานมากขึ้นจนเป็นชุมชนใหญ่โตผู้คนก็มากขึ้นตามปกติจึงทำให้เกิดต่างความคิดเห็นของแต่ละคนแต่ละกลุ่มความขัดแย้งเรื่องราวต่างย่อมเกิดขึ้นจึงพาสมัครพรรคพวกแยกจากกลุ่มใหญ่ไปหาที่ตั้งหลักแหล่งสร้างบ้าานแปลงเรือนทำมาหากินกันตามความพอใจของตนและผู้นำก็ต้องจัดระเบียบตั้งกฏขึ้นใช้ในการปกครองผู้คนในเผ่าของตนเช่นกันตลอดมา

เมื่อประชากรมากขึ้นย่อมมีคนฉลาดมากขึ้นรู้จักคิดรู้จักพิจารนาดูดินฟ้าอากาศหาพิธีเอาชนะธรรมชาติเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดและเป็นผู้ที่เคารพเชื่อถือของคนทั่วไปสิ่งที่พยายามค้นคิดเฝ้าสังเกตฝนตกว่ามันมักจะตกวันไหนบ่อยๆ สมัยก่อนไม่มีวันอาทิตย์ถึงวันเสาร์แต่เขาจะนับวันกันตามจันทรคติคือยึดเอาการหมุนเวียนของการโคจรรอบโลกของดวงจันทร์เป็นหลักเกณฑ์วันที่ชาวบ้านชาวเมืองเขาใช้นับกันก็มีสองอย่างคือข้างขึ้นและข้างแรม

การนับวันตามจันทรคตินี้เขาใช้กันมาก่อนสมัยพุทธกาลแล้วพระพุทธเจ้าจึงได้กำหนดให้พระสาวกของพระองค์บงเกศาในวันโกนซึ่งก่อนวันพระหนึ่งวัน                  

ตามธรรมชาติแรงดึงดูดของโลกและดวงจันทร์จะทำให้อากาศแปรปรวนจึงทำให้เกิดความกดอากาศสูงบ้างต่ำบ้างจึงทำให้ไอน้ำที่ชาวบ้านเขาเรียกว่าบนท้องฟ้าเกิดการรวมตัวกันมากขึ้นจึงทานน้ำหนักไม่ไหวแล้วตกลงมาเรียกว่าน้ำฝนสิ่งนี้เป็นกฎเกณฑ์ของธรรมชาติท่านหมอผีทั้งหลายไม่ทราบที่มาที่ไปว่าทำไมจึงเกิดเหตุดังกล่าวนั้นหรอกได้แต่จดจำไว้ว่าเมื่อไรฝนมันจะตกลงมาแล้วเก็บข้อมูลไว้เมื่อถึงหน้าฝนเกิดความแห้งแล้งฝนฟ้าไม่ตกชาวบ้านต้องการน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงพืชผลทำมาหากินตามฤดูการก็พากันไปหาหมอผีมาทำพิธีขอฝนจากสิ่งที่คิดว่ามีอิทธิฤทธิ์มีอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์เช่นผี,เทวดา,เทพเจ้าฯลฯแล้วแต่ที่เขาเล่าเรียนสืบทอดกันมา

เมื่อตกลงกันดีแล้ว หมอก็จะกำหนดวันนัดทำพิธีการขอฝน โดยการเจาะจงลงไปเลยว่าวันโกน หรือวันพระที่จะถึงนี้นะให้เลือกเอาวันใดวันหนึ่งแล้วผู้นำหมู่บ้านนั้นๆ ก็จะเรียกลูกบ้านมาประชุมเพื่อบอกกล่าวกันให้รู้ทั่วทั้งหมู่บ้านแล้วแบ่งงานมอบหมายให้ดำเนินการจัดการกันตามแต่ใครจะถนัดที่จะช่วยเช่นกลุ่มหนึ่งช่วยกันทำคานหาม(ปัจจุบันจะเห็นได้บ้างในงานแห่นาคไปอุปสมบท)ช่างที่มีฝีมือจะประดิษฐ์ตบแต่งได้สวยมากแต่ที่ไม่มีฝีมือก็เอาเพียงแค่ใช้งานได้เท่านั้นอาจใช้ไม้ไผ่ท่อนเดียวความยาวสัก 4 ศอกก็พอแล้วสำหรับแขวนตะกล้าหรือชะลอมขังแมวตัวใหญ่ๆ ไว้ในนั้นใช้คน 2 คนห้ามหัวท้ายแมวอยู่กลาง

เมื่อถึงกำหนดวันนัดชาวบ้านจะมีความตื่นเต้นกันมากโดยเฉพาะพวกเด็กๆนี่ใจจดใจจ่ออยากเห็นขบวนแห่กันเต็มที กลุ่มหนุ่มสาวก็ใจเต้นระทึกอยากจะเห็นคู่รักของตนแต่งตัวชุดอะไรแต่ระบ้านที่เส้นทางขบวนแห่จะต้องผ่านมา เขาจะจัดเตรียมน้ำไว้เยอะๆผู้นำขบวนการจะจัดหาสุราปลาปิ้งมาเลี้ยงกันอย่างทั่วถึง สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือเถิดเทิง (กลองยาว) ปี่, ฉิ่ง, กรับ, ฉาบ, ฆ้อง และนักร้องประจำวง

ครั้นได้เวลาบ่ายแก่ๆ ชาวบ้านเรียกแดดร่มลมตก หมอผีก็จะทำพิธีกรรมของเขาตามที่ถ่ายทอดกันมา เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็สั่งจัดขบวนตั้งแถวคณะกลองยาวนำหน้าตามดัวยนางรำทั้งชายและหญิงแล้วก็มีสองคนช่วยกันหามแมวที่อยู่ในชะลอมจะมีผู้นำหมู่บ้านและหมอผีเดินเคียงข้างคนหามแมวอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ชาวบ้านเกิดความศรัทธาเชื่อถือ

แผ่นดินที่แห้งแล้งเพราะไร้ฝนตกมานานถูกแดดเผามาตั้งแต่เช้าจนบ่ายแก่ๆ จึงทำให้ร้อนระอุทางเดินเป็นฝุ่นฟุ้งขี้นประดุจหมอกควัญซึ่งเกิดจากฝ่าเท้าของฝูงชนในขบวนแห่นั้นเองพอผ่านบ้านใดเขาก็จะเอาน้ำที่เตรียมไว้สาดลดใส่แมวน้ำที่ตกลงสู่ผืนแผ่นดินที่กำลังร้อนระอุทำให้เกิดปฏิกิริยาร้อนแรงขึ้นอีกทำให้ผู้คนในขบวนแห่กระโดดโลดเต้นแฝงไปด้วยความสนุกสนานและด้วยอิทธิฤทธิ์ของ ส.ร.ถ.(สุราเถื่อน) จึงลืมความทุกข์ยากไปได้ชั่วขณะขบวนแห่จะดำเนินการไปจนทั่วทุกครัวเรือน ทำให้น้ำนองเจ่งไปทั่วทางเดินเพราะชาวบ้านเอาน้ำมาราดลดแมวนั่นเองครั้นถึงยามค่ำคืนความร้อนยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณเพราะตามกฎของธรรมชาติ  เมื่อพระอาทิตย์ตกดินไปแล้วผืนแผ่นดินก็จะคลายความร้อนขึ้นมาแล้วลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า(ช่วงนี้จะเข้าสู่ทฤษฎีการทำฝนเทียมระดับหนึ่ง) เมื่อความร้อนลอยสูงขึ้นๆ ไปกระทบกลุ่มเมฆที่มีละอองน้ำเข้าละอองน้ำก็จะลอยหนีความร้อนขึ้นสู่เบื้องบนจึงไปกระทบความเย็นเข้าและเกาะจับรวมตัวกันมากขึ้นจึงทานน้ำหนักไม่ไหวทำให้ต้องลอยต่ำลงมาแล้วกลายเป็นหยดน้ำที่เราเรียกว่าฝนตกนั่นแหละครับ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: